
OEE (Overall Equipment Effectiveness) คือ ค่าที่ชี้วัดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรโดยรวมครอบคลุม 3 ปัจจัยหลักเพื่อช่วยให้โรงงานเพิ่มผลผลิต ลดความสูญเสีย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน |
ทำไม OEE ถึงสำคัญ? |
| วัดประสิทธิภาพเครื่องจักรแบบเป็นตัวเลข | |
| ค้นหาความสูญเสีย และปัญหาได้ตรงจุด | |
| ช่วยเพิ่มผลผลิต โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเครื่องจักร | |
| ใช้เปรียบเทียบ และติดตามผลการปรับปรุง | |
| เป็นพื้นฐานของการทำ Lean, TPM และ Smart Factory |
|
Availability (ความพร้อมใช้งาน) สัดส่วนเวลาที่เครื่องจักรพร้อมทำงาน เมื่อเทียบกับเวลาที่วางแผนไว้
|
X |
Performance (ประสิทธิภาพการเดินเครื่อง) สัดส่วนความเร็วในการผลิตจริง เมื่อเทียบกับความเร็วตามมาตรฐาน
|
X |
Quality (คุณภาพ) สัดส่วนชิ้นงานต่อชิ้นงานที่ผลิตทั้งหมด
|
> |
OEE Qverall Equipment Effectiveness OEE = A x P x Q ค่ายิ่งสูงยิ่งดี |
||||||
ความสูญเสีย 6 ประการ ที่ส่งผลต่อ OEE
ประโยชน์ของการใช้ OEE
• เพิ่มผลผลิตด้วยทรัพยากรเดิม
• ลดความสูยเสีย และต้นทุนแฝง
• เพิ่มความน่าเชื่อถือของเครื่องจักร
• วางแผนการผลิตได้อย่างแม่นยำขึ้น
• สร้างวัฒนธรรมการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
|
1. วัดผล และเก็บข้อมูล (Measure)
• กำหนดเวลาที่จะวัดผล • เก็บข้อมูลการเดินเครื่อง • คำนวณ OEE และแยกเป็น A P Q |
2. วิเคราะห์ความสูญเสีย (Analyze)
• แยกความสูญเสีย 6 ประการ • หาสาเหตุหลัก (Pareto) • จัดลำดับความสำคัญ |
3. วางแผนปรับปรุง (Implement)
• กำหนดมาตรการแก้ไข • กำหนดผู้รับผิดชอบ • กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน |
4. ดำเนินการ และติดตามผล (Control)
• ลงมือปรับปรุง • ติดตามผล OEE อย่างต่อเนื่อง • ปรับมาตรการให้เหมาะสม |
5. ทำให้เป็นมาตรฐาน และต่อยอด (Standardize)
• จัดทำมาตรฐานการทำงาน • ขยายผลไปยังเครื่องจักรอื่น • สร้างวัฒนธรรมการปรับปรุง |
ปัจจัยสนับสนุนการยกระดับ OEE
|
คน ทักษะ และจิตสำนึก |
เครื่องจักร บำรุงรักษาเชิงรุก |
กระบวนการ มาตรฐานชัดเจน |
ข้อมูล ถูกต้อง และทันเวลา |
เทคโนโลยี ช่วยเก็บ และวิเคราะห์ |